เอ็นทรีสุดท้าย

posted on 16 Sep 2006 08:06 by taocyber
ใครว่าข้าพเจ้าตกตาย...

ข้าพเจ้าไหนเลยตกตายได้

ข้าพเจ้าหายไปไหน...

...

ข้อนี้แม้แต่ข้าพเจ้าเองอาจมิอาจรู้

หากแต่ว่าช่วงเวลาหนึ่งของความเคว้งคว้าง

เราไม่ได้หลุดหายไปจากโลกนี้

...

นั่นอาจเพราะโลกยังมีแรงดึงดูด

ไม่ใช่เพราะ มวล คูณ ค่า g

แต่เป็นจิตใจ และความหวังดี ที่รั้งข้าพเจ้าเอาไว้

...

รอนแผลบนข้อมือ อดีตชอกช้ำ

อารมณ์หมองหม่น ความสับสนวุ่นวาย

บางทีก็ชำระได้ด้วยน้ำตา...

...

..

.

อย่างไรก็ดี

เอ็นทรีนี้เป็นเอ็นทรีสุดท้ายอย่างที่รู้อยู่

ข้าพเจ้าจึงได้ตระเตรียมที่เขียนใหม่

http://tao.saiyaithai.org

ทำเว็บใหม่แยกไปซะที

แต่ยังตั้งใจจะแวะมาอ่านบล็อกที่นี่บ่อยๆ

^-^

...

..

.

บางทีลูกเต่าน้อยก็อาจเป็นเต่าเฒ่าพันปี...

edit @ 2006/12/17 10:34:35

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ใช่เเล้วล่ะค่ะ เราต้องถามตัวเองอยู่เสมอว่าตอนนี้เราอยู่ยังไง เราลำบากรึเปล่า ซึ่งเราต้องมองไปดูคนอีกกลุ่ม ว่าเค้าลำบากกว่าเราเยอะ มันจะทำให้เราสบายใจขึ้น

เรื่องคิดสั้นเนี่ย เข้าใจนะคะว่ามันเปนอารมชั่ววูบ เเต่อย่าทำเเบบนั้นเลยนะจ๊ะ

ยังมีคนที่รักเราอยู่ นึกถึงเค้าเข้าไว้

เรื่องอื่นคิดมากก็ไม่ดีค่ะ เพราะเราเป็นเเค่คนธรรมดาๆที่จะไปจัดเเจงใครไม่ได้
ทำได้อย่าเดียวคือ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดไม่ทำให้ใครเดือนร้อนนน เท่านี้เปนพอ

เราเองก็บอกตัวเองเเบบนี้เสมอ*

take care

#1 By ♂ ⓝATEⓚii* on 2006-09-16 08:23

อืม ฉันเป็นคนกลัวความผูกพัน
แต่มาแอบอ่านบล็อกคุณอยู่บ่อย

ไม่คิดว่าสำออยและเข้าใจว่าเวลารู้สึกเช่นนั้น
....มันรู้สึกจริงๆ ฉันเองยังเคยรู้สึก
มนุษย์ต่างเคยมีวันหม่นด้วยกันทั้งสิ้น
คนหม่นหมองบนโลกมักจะรู้สึกไม่ fit in กับคนอื่นๆในสังคม

ฉันยังคงดิ้นรนบังคับตัวเองให้เป็นแบบนั้นแบบนี้
จนกระทั่งสองวันก่อนไปหยิบหนังสือที่เคยกีดกันมันออกจากกองหนังสือ
เพราะรู้สึกว่ามันไม่เข้าพวก น่ากลัว
หนังสือบ้าอะไร พ่อกินลูกชายตัวเองที่เป็นมนุษย์หอยนางรม

คุณบอกว่าจะไม่กลับมาอ่าน
เสียดายที่ฉันอดแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้คุณ
นะ ถ้าคุณกลับมาอ่านสักครั้ง ไปหา "เด็กชายหอยนางรม" มาอ่าน
ฉันเพิ่งปลด ความสมบูรณ์ ที่นิยมนักออกจากใจได้ หลังอ่านมันจบ

ฉันพยายามเขียนอย่างรวดเร็ว
อย่ารู้สึกทรมานเพียงเพราะคุณไม่เหมือน
พักก่อน ไม่อยากห้ามอะไร ถึงห้ามถ้าจะทำคำห้ามคงไม่มีผล
แต่ให้พักความคิด เอาตัวเองออกมาจากความคิดสักแป๊บ

ให้โอกาสตัวเองหน่อย
อย่าพยายามอดทนกับสิ่งรอบตัวมากเกินไปสิคะ

มาทำให้เราเครียดไปเอง

บางทีการทำตัวไร้สาระ นิสัยไม่ดีบางครั้ง
มันก็ไม่น่าจะใช่เรื่องหนักหนา

คนเราไม่เห็นจะต้องเป็นคนดีในสายตาทุกคนเสมอไป


ชีวิตก็เหมือนตอนเล่นไวกิ้ง
ช่วงที่เรือไวกิ้ง เหวี่ยงขึ้นไปจุดสูงสุด
ทุกคนต่างพากันกรี๊ด ตะโกนเสียงดัง

แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่กรี๊ด
เก็บความรู้สึกหวาดเสียวนั้นไว้ในใจ


พอเล่นจบแล้วเป็นไง

คนที่กรี๊ดก็ได้ความมันส์ สะใจ สนุกสนาน

คนที่ไม่กรี๊ดล่ะเป็นไง
อ้วกแตกอ้วกแตน กันไปข้าง


การไม่ระบายอะไรออกมา (ดีๆ )
มันทำให้เราเอง ฟุ้งซ่าน
ระบายให้พ่อแม่ พี่น้อง หรือใครก็ได้ที่เชื่อใจ
ฟังดีกว่า


รู้ว่าพี่เต่าต้องอ่านอยู่ ใช่มั้ย



สุดท้าย



ห้ามไปไหน
พี่เต่าต้องมามีตติ้งก่อน

#3 By หนิง (58.9.60.55) on 2006-09-16 11:34

คนอื่นไม่เข้าใจ

เพราะพี่แกไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นเข้าใจนี่หว่า


ช่างเหอะ คอมเมนท์นี้คงไม่ได้อ่าน
ก๊ากกกก

#4 By เร่ (58.147.84.134) on 2006-09-16 11:55

คุณตามอ่านงานผมหลายครั้ง
ผมไม่รู้หรอกว่าคุณเป็นใคร
และสารภาพว่าไม่ได้ใส่ใจจะเข้ามาที่นี่สักเท่าไหร่


แต่นี่เป็นความเห็นแก่ตัวล้วนๆ



"อย่าเพิ่งจากไปตอนที่ผมเพิ่งจะได้รู้จักคุณ"


ความเข้าใจที่เป็นภาพลวงตา
ความคิดนามธรรมที่ไม่มีใครเข้าใจ
บ่นกับสังคมโลก เบื่อกับกระแสชีวิต
คิดจากไป....


ผมเองก็คิดบ่อย
แต่ก็ไม่เคยได้ทำสักที
และก็อย่างที่คุณว่าไว้
ผมเองก็ไม่ได้เข้าใจ
ว่าทำไมคุณถึงจะทำ


ผมไม่รู้ว่าคุณจะได้กลับมาอ่านหรือเปล่า
แต่ถ้าได้กลับมาอ่าน


ผมยังอยากจะเข้าใจคุณมากขึ้นอีกหน่อย


อีกนิดก็ยังดี
พี่เต่า...

ถ้าได้มาอ่านอีก ขอให้เข้าใจสิ่งที่ผมพยายามจะบอกนะครับ
ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง
จะมีความสุขหรือความทุกข์มันก็เป็นปกติของมนุษย์
ทุกชีวิตก็มีความรู้สึก นึกคิดเป็นของตัวเอง
ถ้าพี่เต่าเก็บความสุขไว้กับตัว ถึงแม้ไม่ได้ระบายก็มีความสุข
แต่...

..

.

ถ้าพี่เต่าเก็บความทุกข์ไว้กับตัวเองคนเดียว
ไม่พูดให้ใครฟัง
ไม่ทำให้ใครเขาเข้าใจ
พี่เต่าก็อาจไม่สามารถทำลายความทุกข์นี้ไปได้

แต่

ถ้ามีคนสักคน เข้าใจจิตใจของพี่เต่าดี
เราระบายเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ให้เขาฟัง
เขาก็อาจจะช่วยพี่เต่าได้
แล้วพี่เต่าก็จะไม่ถูกความทุกข์รุมกดดันมากอย่างนี้
ถึงแม้เขาจะช่วยพี่เต่าให้หายได้
แต่พี่เต่าก็จะได้ระบายความทุกข์ในใจออกไป
พี่เต่าอาจจะไม่เป็นแบบนี้

อย่าเครียดครับ พี่เต่า ทำใจให้สบาย
พอใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็น
คนเราเกิดมาตายหนเดียว
ใช้ชีวิตให้คุ้ม

ถ้าอ่านจะขอบคุณมากครับ

ด้วยความเคารพ
จาก บอส

#6 By เทพ (58.9.3.245) on 2006-09-16 15:41

คงไม่ได้อ่าน ใช้คำว่าคง แปลว่าจะมาอ่านอยู่

เราไม่เข้าใจแก
ไม่มีใครเข้าใจใครจริงๆอยู่แล้วนี่นา

แล้วที่แกเป็นก็ไม่มีวันจบ(หรือที่แกบอกว่าหาย)หรอก

กี่คน กี่คำพูดก็ไม่มีใครเปลี่ยนแกได้ด้วย

อะไรทำแล้วมันดีก็ทำไปเหอะ

#7 By (58.9.121.43) on 2006-09-16 17:33

อ้าว ลืมใส่ชื่อ

#8 By เก้อนะ (58.9.121.43) on 2006-09-16 17:34

ทุกวันนี้แทบทุกคนไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม

นั่นแหละคือสิ่งที่คนคิดมากคิดมากเป็นหลายเท่า

#9 By Mac on 2006-09-16 17:59

อายุยังน้อยคิดได้ขนาดนี้แล้ว ไม่อยากเห็นอนาคตตัวเองเหรอคะ .. ว่าจะเป็นยังไงต่อไป ..

ไม่รู้ว่าการมองดูคนอื่นที่แย่กว่าจะยังเป็นวิธีที่สามารถเพิ่มเติมกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไปของน้องหรือเปล่านะ .. แต่สำหรับพี่ พวกเขาสามารถมีความสุขกับชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบแบบนั้นได้ .. ก็น่าจะมีวิธีที่เรามีความสุขได้บ้างนะคะ ..

ทุกคนมีความทุกข์ .. มากน้อยแตกต่างกันไป การมีชีวิตคือการมีโอกาสได้แสวงหาความสุข .. สำหรับพี่นะคะ ความสุขคือการได้ทำในสิ่งที่เรารัก ได้ตามใจตัวเองโดยไม่เดือดร้อนคนอื่น .. แล้วน้องล่ะ?

อย่าจริงจังกับโลกนี้มากเกินไปเลย .. ที่นี่เป็นสถานที่ชั่วคราวที่เราจะใช้เวลา ใช้ชีวิต .. อยากให้เลือกอยู่อย่างมีความสุขมากกว่าค่ะ ..

Every dog has its day.

คนอย่างพวกเราก็เช่นกันนะ ..

#10 By P O R on 2006-09-16 23:22

สำหรับผม ชีวิตจะอัปยศยังไงก็ช่าง ล้มแล้วก็ลุกใหม่ ผิดหวังเศร้าใจ ยังไงยังไงเดี๋ยวมันก็จะดีขึ้นเอง
ถึงแม้วันๆจะใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อย เพราะอาจจะคิดว่าไม่รู้จะเกิดไปทำไมหรือจะอยู่เพื่อไร ลองหลับตาสิ นึกถึงคนรอบๆข้าง เขาคิดอย่างไรตอนเราอยู่ เขาคิดอย่างไรตอนเราจาก จะมีซักกี่คนที่คิดจะเกลียดเราเข้ากระดูกดำ
(เม้นไปเรื่อย บรรยายตามความเข้าใจของตัวเอง หากยังงอยู่ ก็..ถามได้ ^_^)
ขอพูดตามตรงนะคะ... แม้ต่อไปจะได้อ่าน หรือไม่ได้อ่าน แต่เราอยากจะแสดงความคิดเห็น อยากจะพูดอะไรบ้างค่ะ

เราจะไมพูดว่าเราเข้าใจความรู้สึกของคุณเต่ารึเปล่า แต่สิ่งที่ได้อ่านมา มันทำให้เรานึกถึงตัวเองค่ะ... เราว่าคล้ายกันนะ แม้จะไม่เหมือน แต่สิ่งที่คุณเต่าคิด ก็คล้ายกับหลายๆอย่างที่เราคิดค่ะ

เคยคิดมาตั้งแต่เอ็นทรี่ก่อนๆที่เคยเมนท์แล้วล่ะค่ะ ต่างก็แค่ว่าเราไม่ได้เป็นขนาดนั้น... เราอาจจะเป็นแบบคุณ ถ้าเราไม่มีเพื่อน ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีพี่น้อง...

เราอาจจะรู้สึกเศร้า และรู้สึกเหมือนกับตัวเองอยู่คนเดียว

ตั้งแต่ที่ผ่านมานี้ เราก็เคยคิดฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้งค่ะ เคยคิดว่า พอเราตายไปแล้ว ครูที่โรงเรียนจะรู้สึกยังไง เพื่อนเก่าๆที่โรงเรียนเก่าๆจะรู้สึกเศร้าไหม? เพื่อนของเราในตอนนี้ล่ะ?

แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกแน่ใจ คือพ่อแม่ และครอบครัว คือคนแรกที่จะเสียน้ำตา เมื่อเราไม่อยู่ค่ะ

นั่นคือเหตผลที่เรามีชีวิตอยู่ มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ เพราะรู้ว่ามีใครสักคนอยู่ข้างๆเรา คอยเป็นกำลังใจให้เรา

ความจริงแล้ว เราเป็นพวกเก็บกดค่ะ... นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยบอกใครมาก่อน และคงจะพูดแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว

ชอบคิดอะไรอยู่คนเดียว... อดทน อดกลั้นกับหลายๆสิ่งที่อยู่รอบตัว

ความจริงแล้ว เราไม่ชอบแทบทุกอย่างรอบๆตัว ไม่ชอบเพื่อนๆบางคนที่นิสัยไม่ได้เรื่อง เอาแต่ความคิดตัวเอง หรือไม่เคยฟังคนอื่น ไม่ชอบพี่ชายที่ทำให้แม่ต้องหนักใจ ทำอะไรไม่รู้จักคิด งี่เง่า แทบจะเรียกได้ว่าเกลียดเลยค่ะ บางทีแทบไม่อยากจะเห็นหน้าเลยด้วยช้ำ...

ทุกวันนี้ การยิ้ม แทบเป็นสิ่งที่ยากเหลือเกิน... เราเคยคิดถึงเหตผลของสิ่งต่างๆ คิดว่าเกิดมาเพื่ออะไร อยู่ไปเพื่ออะไร ทำไปเพื่ออะไร... เพื่ออะไร?

แล้วการยิ้มละ? ยิ้มไปเพื่ออะไร? ยิ้มไปเพื่อให้มิตรภาพของตัวเราและเพื่อนยังคงอยู่..? มันไร้สาระสิ้นดี แต่เราก็ทำ ทำเพื่อประโยชน์ในวันข้างหน้า แม้รอยยิ้มนั้นจะเป็นเพียงแค่หน้ากากก็ตามที

ก็แค่เพราะไม่เคยมีใครเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของเรา ไม่เคยมีใครรู้ว่าสิ่งที่เราอยากได้จริงๆคืออะไร ไม่มีใครเข้าใจเราเลยสักคน.. จนแม้บางครั้ง เราก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน... แม้แต่ตัวเราเองยังไม่เข้าใจ แล้วคนอื่นจะเข้าใจได้ไง..?

เมื่อก่อนเราเคยคิดว่า จะต้องมีแน่ ต้องมีใครสักคนที่เข้าใจเราจริงๆ เข้าใจถึงสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราอยากได้ ถึงเราจะไม่ได้บอก ไม่ได้พูดออกไปก็ตามที

แต่พอเวลาผ่านไป สิ่งที่เราคิดก็เปลี่ยนไปจากเดิม...

มันไม่มีหรอก ไม่มีสักคนหรอก ที่จะเข้าใจเราทั้งๆที่เราไม่พูด ไม่บอก ไม่ว่าอะไร เอาแต่เงียบ เงียบอย่างเดียว

จนเราไม่เชื่อแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นสิ่งที่เราอยากให้มีมากที่สุด

ก็แค่... ใครสักคน ใครสักคนบนโลกใบนี้... ใครสักคนที่เราคิดไปเอง.. ไม่มีตัวตน

เพราะใครสักคนๆนั้น ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง เราแค่หวังไปลมๆแล้งๆเท่านั้นเอง...


เรารู้ว่าการใช้ชีวิตอยู่ ตัวคนเดียวบนโลก มันลำบาก... มันไม่ต่างอะไรกับการอยู่ตัวคนเดียวในโลกที่ว่างเปล่า โลกที่มีเพียงแต่สีขาวๆ ไม่มีอะไร มีแค่สีขาวที่ไร้ทางออก มองไปทางไหนก็มีแค่ความว่างเปล่า ไม่มีอะไร

แต่พอรู้ตัวว่ามีคนที่ยังรักเรา มีคนที่ร้องไห้ให้เมื่อเราจากไป ก็ทำให้โลกนี้ ดูมีสีสันขึ้นค่ะ...

เราไม่ได้หวังให้ข้อความนี้ช่วยอะไรคุณได้... แต่ขอให้รู้ว่านี่คือสิ่งที่เราคิด คือข้อความที่เราเขียนออกมาจากสิ่งที่เราได้อ่าน ได้เห็น และได้คิด

มันคงจะดูไร้สาระ อ่านไม่รู้เรื่อง ก็ขออภัยด้วยนะคะ

ถึงข้อความนี้จะหยุดสิ่งที่คุณคิดจะทำไม่ได้... แต่เราอยากให้ลองคิดทบทวนให้ดีค่ะ อยากให้ลองคิดว่าถ้าคุณไม่อยู่ แล้วพ่อแม่ หรือคนที่เป็นห่วงคุณจะร้องไห้รึเปล่า อย่าทำให้พ่อแม่ต้องเสียใจค่ะ ถึงคนอื่นจะเป็นยังไง แต่คนแรกที่จะคิดถึงเราคือพ่อแม่นะคะ

ถ้ายังไม่ได้ตอบแทนที่พวกท่านเลี้ยงคุณมา เราอยากให้คุณมีชีวิตอยู่ต่อไปค่ะ ตอบแทนพวกท่านชะก่อน ต่อจากนั้นจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ

ชีวิตคุณ คุณเป็นคนกำหนด เราไม่อาจห้ามคุณได้ แต่ขอให้คิดดีๆค่ะ ถ้าคิดดีแล้ว และคิดว่าจะไม่นึกเสียใจภายหลังก็ทำไปเถอะค่ะ

แต่ถ้าทำแล้วมานึกเสียใจภายหลัง เราจะไม่ให้อถัยแน่ค่ะ


ขอโทษด้วยที่พิมพ์ยาวไปหน่อย ไม่รู้ว่าคุณจะได้อ่านข้อความของเรารึเปล่า ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณจะเป็นยังไงแล้ว แต่ยังไงก็อยากจะขอให้ข้อความนี้ ส่งผ่านไปถึงคุณค่ะ

แล้วก็ ขอขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ...

#12 By Mimirin on 2006-09-22 21:39

อ่อ... ลืมบอกไป

เราจะแอดบลอคนี้ไว้ค่ะ จะรอวันทีมันได้อัพอีกครั้ง ถึงมันจะกลายไปเป็นสีเทาๆ และตกลงไปล่างสุด เราก็จะรอนะคะ

#13 By Mimirin on 2006-09-22 21:42

Good design!
http://ztvflwcu.com/zuxn/znbf.html | http://hwbnfdqf.com/jztd/mrpi.html

#14 By (69.41.183.115) on 2006-09-27 17:43

................

ผมไม่รู้น่ะครับ ว่าคุณเป็นใคร

แต่อย่างน้อย เราก็เคยเจอสภาวะเดียวกัน

ไม่แน่ใจว่า คุณจะกลับมาอัพอีกหรือเปล่าก็ ตาม

แต่ผมก็อยากรู้จักกับคุณมากขึ้น

ในฐานะคนที่ มีความคิดคล้ายๆ กัน ในสภาสังคมแบบนี้


อย่าจากไป ตอนที่ผมอยากรู้จักคุณเลยครับ

#15 By -แหงนมองฟ้า- on 2006-10-06 22:38

*ถ้าได้มาอ่าน*

ตอนนี้เราก็มีปัญหาเหมือนกัน
และเคยคิดโทษทุกสิ่งทุกอย่าง และอยากฆ่าตัวตายด้วย

ตอนนี้เรายังมองหาอนาคตข้างหน้าไม่เจอ

ยังไม่พบแม้กระทั่งว่าอยากจะทำอะไร

ชีวิตเลื่อนลอยไปไปมามาตามยถากรรม

เรื่อยเปื่อย และดูมีมนุษย์สัมพันธ์กับทุกคนได้ดี

แต่จะมีใครซักกี่คนกันที่รู้ว่าเราเป็นคนที่หงุดหงิดง่าย อารมณ์ร้อน แต่ว่าจะเงียบเอาไว้

เราเป็นคนที่เรียกได้ว่า"กลัว"ที่จะรับความจริง "กลัว"ปัญหาที่จะตามมา และ"กลัว"ที่จะเดินต่อไปด้วยตนเอง เชื่อใหมว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา มีคนที่ต้องมาเสียเวลาช่วยเรามากมาย

โดยที่เราไม่เคยแม้แต่จะคิดอยากเดินด้วยขาของตัวเอง

แต่มีคำคำนึง ที่เพื่อนเราเคยบอก นี่มันอาจจะเป็นคำแรกและคำเดียวที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงไปก็ได้

ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้หนี

ไม่รู้ว่าจะเข้าใจไหม แต่

อย่างน้อยคนเราก็ต้องมีดีซักอย่างสิในชีวิต มันอาจจะเหมือนกับว่าติดอยู่ข้างหลังเรา เราไม่เห็น แต่คนอื่นเห็น คนอื่นก็อาจจะอิจฉาในจุดนั้นและคอยใส่+กระทบกระทั่งจนกระทั่งจุดด้อยของเรามันเริ่มขยายขึ้นเรื่อยๆ

ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจของคุณเองไม่ใช่หรอ

คุณ"กล้า"ที่จะมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้

แล้วทำไม..

คุณถึงไม่กล้าที่จะเดินต่อไป เพื่อชนกับอนาคตที่รออยู่

ใครจะรู้ว่าซักวัน.. คุณอาจจะเป็นคนที่ทั้งโลกต้องการก็ได้ หรืออย่างน้อย การที่ได้มีใครซักคนแคร์เรา และต้องการเรา เข้าใจเรา อย่างจริงใจ

มันก็น่าจะทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่าบ้าง ไม่มากก็น้อย

#16 By QuÆnzƏ Ç­àmƏŁőŦ™ on 2006-10-10 23:50

ผมมั่นใจว่าคุณเป็นคนฉลาดมากๆ...


แต่คนน่ะ...


ไม่ต้องคิดอะไรฉลาดๆเสมอไปหรอก




เพราะ

โลก

มัน



ก็แค่นั้น...

#17 By Ray on 2006-10-19 02:52

TT u should b sad...
life will b better na ka...
su su...for better life....
i know there's luck in every1's life...
both good and bad...^^"

#18 By 「TToy-a」 on 2006-10-20 07:29

อย่าพึ่งไป......ในตอนที่ผม กำลังจะได้รู้จักคุณ

คุณไว้ใจผมรึเปล่า?นี่คือคำถามที่ผมถามเสมอ เวลาที่ผม พบกับคนที่ผมพร้อมจะก้าวไปด้วยกัน ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใครก็ตาม แต่อยากให้ทุกคนที่ผมพูดคำนี้ออกรู้ไว้ว่า คุณเป็นคนที่วิเศษที่สุดคนหนึ่ง

และผม......อยากถามคุณว่า ไว้ใจผมรึเปล่า? พร้อมจะไปด้วยกันรึยัง?
ถ้าพร้อมแล้ว.........ส่งมือมา แล้ว เราจะไปด้วยกัน

#19 By PepTender on 2006-10-22 22:34

จะอ่านหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณ (ก็บล็อคคุณนี่หว่า)
เพียงแต่ว่าพออ่านเสร็จแล้วผมอยากจะเขียนตอบก็แค่นั้น

อาจารย์ที่สอนวิชาจิตวิทยาบอกผมว่า คนที่ฆ่าตัวตายน่ะ ืคือคนที่พยายามจะสื่อสารให้โลกภายนอกได้รับรู้เรื่องราวของเขา

ตามทฤษฎีของ Rogers ก็บอกไว้ว่า เราไม่สามารถเข้าใจใครได้ทั้งหมด เพราะว่า"โลก" ของเราและของเขามันคนละใบกัน

โดยสรุป...ผมก็แค่อยากจะบอกว่า
ผมไม่สามารถเข้าใจคุณได้ทั้งหมดหรอก (อย่างน้อย แค่ตัวหนังสือที่ปรากฏบนเครือข่ายยุ่งเหยิงนี้ ก็คงไม่สามารถอธิบายโลกของคุณได้ทั้งหมด)

แต่คุณก็คงพยายามสือสารกับโลกภายนอกตัวคุณอยู่

อย่างน้อยๆก็กับคนที่เข้ามาอ่าน

ตัวคุณในตอนนี้เป็นยังไงบ้างผมเองก็ไม่รู้
(เหลือบมองวันที่...ผ่านไปนานแล้วเหมือนกันแฮะ)
ผมจึงได้แต่หวังในฐานะผู้ที่ได้เห็นการสื่อสารของคุณ ว่าคุณคงจะสามารถสื่อสารกับใครสักคนได้สำเร็จ

จะรอเอนทรีหน้านะครับ...

#20 By aki on 2006-11-14 09:56

อ้าว ยังไม่ตายเรอะ
งั้นแวะไปเม้นป๋มด้วยนะงับ

#21 By เก้อน่ะ on 2006-11-15 20:12

หายไปไหนน่ะคุณเต่า กลับมานะ

#22 By นายฉิม on 2006-11-21 16:48

ชีวิตช่างเหมือนตัวเองซะเหลือเกิน

#23 By 1 (124.120.151.159) on 2006-11-21 19:34

there are no life in this world.

Our body and mind are just a dynamic system of things,

so we are not exist.

#24 By (131.170.90.3 /131.170.6.143) on 2006-11-22 13:07

ขอบคุณทุกคอมเม้น ครับ
ที่พยายามจะบอกอะไรกับผม
แต่คงเป็นนิสัยเสียที่ผมมักจะไม่ยอมฟังชาวบ้าน ในบางเวลา

อย่างไรก็ตาม
การทำร้ายตัวเองเป็นเรื่องไม่น่าสนุก
เจ็บ และทำให้เสียเวลาครับ...

ขอบคุณมากครับ

#25 By เต่า on 2006-12-17 10:28

ยินดีมากมายที่ได้ยินข่าวอีกครั้ง
เพราะแวะเข้ามาดูบ่อยๆเหมือนกัน

ชีวิตมันขมบ้าง เจ็บปวดบ้าง เป็นธรรมดาของชีวิต
ผ่านมันมาได้ก็ดียิ่งแล้ว
ให้โอกาสตัวเองและให้โอกาสคนรอบข้างด้วย
เวลาที่เราต้องออกจากเมล็ดและแทงรากลงดิน
มันจะเจ็บปวดบ้าง แต่เมื่อเราผ่านมันได้ได้
สักวันจะเป็นวันที่เธอกลายเป็นต้นไม้ใหญ่และให้ร่มเงาคนอื่นๆได้

วันนี้ได้เข้ามาอีกรอบเห็นความเคลื่อนไหวในบลอค
รู้สึกดีที่คุณไม่ห่างหาย และยังได้กลับมาบ้าง ...
เรื่องที่คุณเขียนเดิมๆ น่าสนใจดีนะ เสียดายถ้าจะ
หยุดเขียน ห่างหายไปเลย ... เรื่องราวที่ผ่านมา
ในชีวิตเราๆ ท่านๆ ต่างคนก็ต่างเจอต่างกัน แต่มัน
ก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นบ้างละนะคะ .. ว่าไหม ?

#27 By moodee on 2006-12-17 13:34

เรื่องร้ายๆก็ปล่อยให้มันผ่านไป ยังไงแทบทุกคนก็เคยเจอกับเรื่องร้ายๆกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเราจะเข้มแข็งและผ่านมันไปได้รึเปล่าเท่านั้นเอง

ดีจังเลยที่ยังได้เจอกันอีก นึกว่าจะเป็นอะไรไปชะแล้ว... ยังไงก็ยินดีต้อนรับกลับนะคะ

#28 By Mimirin on 2006-12-17 14:30

ดีแล้ว ที่ไม่คิดอะไรวู่วาม เหอๆ

#29 By QuÆnzƏ Ç­àmƏŁőŦ™ on 2006-12-20 21:59

ยังไม่ตาย......!!!!!!????
พี่เต่ายังไม่ตายยย!!!!!
กรี้ดดดดดดดด!!!~! (ดั่งผีหลอกกกก)
แวะมาหลอกใน Blog เดี๊ยนด้วย กรี้ดดดดด!!!~

#30 By PepTender on 2006-12-28 19:15

วุ้ยบล็อกสีน้ำตาลดีจัง
เด่วตามอ่านค่ะ

#31 By -pd- on 2006-12-28 23:33

เต่าน้อย
สวัสดีปีใหม่จ้ะ

#32 By (61.19.51.250 /61.19.51.250) on 2007-01-03 09:42

อึ้งย้งเอง
Comment No.32

#33 By (61.19.51.250 /61.19.51.250) on 2007-01-03 09:43

ฉันชอบโลกสีเทา รักที่จะค้นหาความหม่นแห่งสี หาที่ไปที่มาของความคิดความรู้สึก และหัวใจของคน จากถ้อยคำของคุณฉันเชื่อว่าคุณเข้มแข็งกว่าที่คนอื่นคิด คุณแค่เหนื่อยกับการต่อสู้แค่นั้นเอง รู้มั้ยคนแบบคุณยังมีสิ่งดีๆที่จะให้แก่คนรอบข้างอีกเหยอะ ไม่เชื่อลองมาอ่าน ความคิดนี้ของคุณตอนอายุ80ดูสิ ขอท้าเลย เอ้า

#34 By จิดาญา (203.113.76.12) on 2007-01-09 12:18

เอ้า... ไปแล้วเหรอเนี่ย.. ถึงว่าทำไมไม่อัพซะที ก็เลยแวะมาดูนิดหน่อย
เว็บนั้นว่างๆ เดี๋ยวไปเยี่ยมนะ

#35 By Rehard on 2007-01-21 13:47

สรุปว่าไม่กลับมาแล้วเหรอครับเนี่ยะ รอมาปีนึงแล้ว 55

#36 By นายฉิม on 2007-01-23 14:42

เมื่อไหร่เต่าจะกลับมา

#37 By นายฉิม on 2007-03-29 09:07